<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุโซนร้อนจ่อถล่ม53จว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; เผย &amp;quot;ดีเปรสชัน&amp;quot; ระดับ 2 ทวีกำลังแรงขึ้นเป็น &amp;quot;พายุโซนร้อน&amp;quot; แล้ว เตือน 53 &amp;nbsp;จังหวัดรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 2-3 ก.ย.นี้ &amp;quot;ปภ.&amp;quot; ระบุ 9 จังหวัดยังเผชิญวิกฤติน้ำท่วม &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; สั่งกรมชลฯ เร่งระบายน้ำ &amp;quot;ร้อยเอ็ด&amp;quot; อ.เสลภูมิน่าห่วง บ้านโนนสวรรค์ถูกน้ำล้อมกลายเป็นเกาะ กู้ภัยต้องนั่งเรือนำอาหาร-น้ำดื่มไปแจก &amp;quot;ลำปาง-เชียงใหม่&amp;quot; ดินสไลด์ขวางเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 5 เรื่องพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 ก.ย.62 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น.ของวันนี้ (2 ก.ย.) พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณใกล้เกาะไหหลำ ประเทศจีน อยู่ห่างประมาณ 260 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเมืองดองฮอย ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 18.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 3 &amp;nbsp;(พายุโซนร้อน) ในระยะต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะไหหลำ ประเทศจีน และประเทศเวียดนามตอนบนควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 2-3 ก.ย.62 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด &amp;nbsp;อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ ได้แก่ &amp;nbsp;จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวันที่ 4 ก.ย.62 บริเวณที่มีฝนตกหนัก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรงต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 &amp;nbsp;เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนงดออกจากฝั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า อิทธิพลพายุโซนร้อนโพดุลประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.62 จนถึงวันที่ 2 ก.ย.62 เวลา 12.00 น. ทำให้เกิดสถานการณ์ภัยในพื้นที่ 26 &amp;nbsp;จังหวัด รวม 82 อำเภอ 228 ตำบล 784 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 39,857 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 5 ราย (อุบลราชธานี พิจิตร พิษณุโลก อำนาจเจริญ ขอนแก่น) ผู้บาดเจ็บ 1 คน (ชัยภูมิ) ผู้สูญหาย 2 ราย (อำนาจเจริญ พิจิตร)&amp;nbsp;
9 จังหวัดยังเผชิญน้ำท่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก พิจิตร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ มุกดาหาร ยโสธร ขอนแก่น อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด โดยอพยพประชาชน 621 คนในพื้นที่ 3 จังหวัด &amp;nbsp;คือ ขอนแก่น น่าน อำนาจเจริญ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเจ้าหน้าที่ พร้อมระดมวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัย โดยแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&amp;quot; อธิบดี ปภ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้สั่งการทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ เตรียมพร้อมตลอด 24 ชม. โดยเฉพาะกรมชลประทาน ทั้ง 17 สำนักงานชลประทานทั่วประเทศ รับมือพายุดีเปรสชันที่จะเข้าอีกลูกวันที่ 3 ก.ย.นี้ ส่งผลให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังสั่งให้เฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ ในส่วนพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมจากพายุโพดุลอยู่แล้วอาจจะเกิดอุทกภัยซ้ำได้ จึงสั่งกรมชลประทานเร่งนำเครื่องมือเครื่องจักรออกมาทั้งหมดเพื่อระบายน้ำท่วมให้ไวที่สุด พร้อมเปิดทางน้ำ สร้างทำนบกั้นน้ำไม่ให้ท่วมซ้ำพื้นที่ ป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้านให้ได้เร็วที่สุด โดยทิศทางของพายุลูกใหม่เห็นแนวพายุใกล้เคียงกับโพดุล เชื่อว่าความเสียหายน้อยกว่า แต่ระวังฝนตกซ้ำพื้นที่ที่มีน้ำท่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราน้อมนำพระราชกระแสในหลวง ที่ตรัสให้ทุกหน่วยงานดูแลราษฎรให้ดีที่สุด กลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็ว พวกเราน้อมรับมาปฏิบัติอย่างเต็มกำลังความสามารถ ได้เตรียมการเชิงรุกรองรับโดยไม่ได้ประมาท ผมไปตรวจภัยแล้ง จ.ขอนแก่น อุดรธานี ได้สั่งการเตรียมพร้อมทั้งแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยไว้ด้วย&amp;quot; รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ร้อยเอ็ด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ต.บึงเกลือ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ยังคงวิกฤติอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีฝนตกตลอดคืนที่ผ่านมา ทำให้หลายจุดมีน้ำเข้าท่วมโดยเฉพาะใน อ.เสลภูมิ ซึ่งปกติมีระดับน้ำสูงอยู่แล้วก็ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น และเป็นวงกว้างในหลายหมู่บ้าน ซึ่งบ้านน้ำจั้นน้อย ต.บึงเกลือ น้ำทะลักท่วมภายในหมู่บ้านส่งผลให้มีน้ำท่วมบางจุดสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต้องเดินทางโดยใช้เรือ เช่นเดียวกับบ้านโนนสวรรค์ ต.บึงเกลือ น้ำท่วมทางเข้าหมู่บ้านจนไม่สามารถออกมาได้ &amp;nbsp;เหมือนติดเกาะ ทำให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต้องใช้เรือแจกอาหารและน้ำดื่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตัวเมืองร้อยเอ็ดมีน้ำท่วมขังบางจุด เรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งถูกน้ำท่วมสูงกว่า 30-50 &amp;nbsp;เซนติเมตร ต้องเร่งสูบน้ำอย่างต่อเนื่อง และย้ายผู้ต้องขังซึ่งมีอยู่ 3,000 คนเศษไปฝากไว้กับเรือนจำจังหวัดใกล้เคียง 4 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.กาฬสินธุ์ นายไกรสร กองกลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ พร้อมนำกำลังทหารกองพันทหารม้าที่ 14 และ 21 กองพลทหารม้าที่ 3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ เจ้าหน้าที่ อส. เจ้าหน้าที่ อป.พร. นักศึกษาวิชาทหารวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ และจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ จำนวนกว่า 300 คน ช่วยกันบรรจุทรายใส่กระสอบขนย้ายไปกั้นน้ำตามจุดต่างๆ ริมฝั่งแม่น้ำปาวซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากมีฝนตกซ้ำลงมาในพื้นที่ ประกอบกับแม่น้ำชีหนุนสูง และอ่างเก็บน้ำห้วยสีทนยังคงระบาย ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายจุดระดับน้ำเริ่มล้นตลิ่ง ซึ่งเสี่ยงเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจของเมืองกาฬสินธุ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุกทกภัยส่วนหน้า จ.กาฬสินธุ์ ที่วัดสว่างคงคา ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการและจุดรับการสนับสนุนกำลังพล การบริจาคสิ่งของ และเป็นที่พักอาศัยของผู้ประสบภัย พร้อมกับประกาศเตือนให้ประชาชนในเขตชุมชนเศรษฐกิจ และประชาชนที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำปาวและแม่น้ำชีขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและเตรียมอพยพไปอยู่สถานที่ปลอดภัย
ลำปาง-เชียงใหม่ดินสไลด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากมีพายุดีเปรสชันเหล่งเหลง ซึ่งเป็นพายุลูกใหม่เพิ่มเข้ามา ทำให้ตลอดทั้งวันในขอนแก่นมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายจุด ล่าสุดพบระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่เขตเทศบาลนครขอนแก่นและเขต ต.บ้านเป็ด โดยเฉพาะที่โรงเรียนการศึกษาพิเศษคนตาบอดขอนแก่นที่ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร รถยนต์ไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือท้องแบนมาประจำการลำเลียงประชาชนและนักเรียน รวมไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบในจุดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า หากฝนทิ้งช่วงไม่ตกลงมาภายใน 3 วัน คาดว่าระดับน้ำจะลดลงอย่างแน่นอน ดังนั้น ในขณะนี้การให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าจึงได้สั่งให้ &amp;nbsp;ปภ.6 มาทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อเร่งการระบายน้ำลงสู่บึงหนองโคตร ซึ่งพบว่ายังคงมีพื้นที่รับน้ำได้อีกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม จังหวัดขอฝากเตือนประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ติดกับลำน้ำ &amp;nbsp;ให้เร่งขนข้าวของขึ้นไปเก็บไว้บนที่สูงหรือที่ปลอดภัย หากมีน้ำท่วมก็ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าเพราะอาจเกิดไฟชอร์ตได้รับอันตรายถึงชีวิตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มวลน้ำจากลำพังชู อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม และ อ.หนองสองห้อง &amp;nbsp;จ.ขอนแก่น ได้ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนและถนนหลายสายเป็นวงกว้างในเขตพื้นที่ ต.บ้านดู่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ โดยเฉพาะบ้านนาแค, บ้านนาเหล็ก และบ้านกุดกั้ง ต.บ้านดู่ อ.นาโพธิ์ ถูกน้ำเข้าท่วมอย่างรวดเร็วจนทำให้ฝายกั้นน้ำหนองกุดกั้งแตก เบื้องต้นพบมีน้ำท่วมพื้นที่นาของเกษตรกร รวมทั้งสิ้น 11 หมู่บ้าน ต.บ้านดู่ อ.นาโพธิ์ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร และระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนและถนนหลายสายในพื้นที่ และมวลน้ำจะไหลหลากต่อไปยัง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ และ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.อำนาจเจริญ ตลอดช่วงคืนวันที่ 1 ก.ย.ถึงเวลา 12.00 น.วันที่ 2 ก.ย.ฝนยังคงตกหนักในหลายพื้นที่ของอำนาจเจริญ ทำให้น้ำท่วมถนนหลายสายในพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ ซึ่งกำลังเริ่มจะคลี่คลายลง แต่กลับมีพายุเข้ามาอีกรอบ ทำให้น้ำท่วมถนน บ้านเรือน และพืชผลทางการเกษตรซ้ำอีกครั้ง โดยมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะถนนอรุณประเสริฐ (อำนาจเจริญ-ยโสธร) สายหลักไปกรุงเทพฯ บริเวณทางโค้ง สะพานลำเซบาย ระดับน้ำท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องปิดการจราจร ห้ามรถยนต์ทุกชนิดผ่านเป็นวันที่ 2 &amp;nbsp;และมีผู้ถูกกระแสน้ำพัดจมน้ำเสียชีวิตอีก 1 ราย รวม 3 ราย และล่าสุดถนน ต.น้ำปลีก-หัวตะพาน-อุบลราชธานี น้ำลำห้วยเสียวไหลท่วมถนน รถผ่านไม่ได้จึงต้องปิดการจราจร ส่วนโรงเรียนมัธยมชานุมานวิทยาคมมีคำสั่งสั่งปิดเรียน 4 วันหนีน้ำท่วม โดยบนท้องฟ้ามีเมฆมืดครึ้มปกคลุมทั่วทั้งจังหวัดอำนาจเจริญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ลำปาง เมื่อเวลา 15.00 น.ได้เกิดเหตุดินและก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่บนภูเขาและเนินเขาสไลด์ลงมาบนถนน บริเวณเนินเขากิ่วพระเจ้า ปิดทับเส้นทางจราจรถนนสายลำปาง-เด่นชัย ขาออก (ห่างจากสวนรุกขชาติพระบาทไปทางแยกผาลาดประมาณ 1 กม.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปางได้จัดการจราจรโดยนำกรวยยางมาตั้งแสดงสัญลักษณ์และให้รถวิ่งสวนทาง (วิ่งทางเดียว) ในบริเวณดังกล่าว ส่วนก้อนหินดินและต้นไม้ที่ขวางถนนนั้นอยู่ระหว่างรอเครื่องจักรของกรมทางหลวงมาเคลียร์ แต่ด้วยขณะนี้ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะยังมีดินหินสไลด์ลงมาเพิ่มตลอดเวลา และในช่วงนี้ถนนในจุดดังกล่าวค่อนข้างมืด ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวขับขี่รถด้วยความระมัดระวังให้มากที่สุดเพื่อความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พิษณุโลก สถานการณ์น้ำท่วม อ.วังทอง ขณะนี้ถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก ผ่านโรงพยาบาลวังทอง-บ้านวังดินสอ ต.วังนกแอ่น รวมทั้งตลาดเทศบาลวังทอง ระดับน้ำลดลงคืนสู่สภาพปกติแล้ว แต่บริเวณเขาสมอแคลงยังมีน้ำท่วมเป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร รถจักรยานยนต์ไม่สามารถผ่านได้ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เข้าพื้นที่ติดตั้งป้ายเตือนพร้อมเร่งระบายรถออกเลี่ยงจุดน้ำท่วม โดยผู้ที่จะเดินทางเข้าตัวเมืองพิษณุโลกควรหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว และให้ไปใช้เส้นทางแม่ระกา-ดงพลวง ออกบึงพระแทน &amp;nbsp;นอกจากนี้ น้ำจากแม่น้ำเข็กหรือแม่น้ำวังทองได้ไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ ต.วังพิกุล อ.วังทอง และเริ่มทะลักเข้าพื้นที่ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก-พิจิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ตราด นายกิตติพงษ์ หาญพล ปลัดเทศบาล ต.หาดเล็ก รักษาการนายกเทศบาล ต.หาดเล็ก และเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย นายคมสรรค์ ศิริ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 และนายบุญยัง เครือวิเศษ สารวัตรกำนัน ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหาย และบันทึกประวัติเพื่อเสนอเรื่องให้ความช่วยเหลือจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ตราด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บ้านคลองมะขาม สะพานเชื่อมบ้านเรือนก็ขาดเช่นกัน และหมู่ที่ 5 บ้านหาดเล็กสะพานจอมพล ป.ได้รับความเสียหายบางส่วน ซึ่งสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงเพราะคลื่นยังรุนแรง และเมื่อน้ำขึ้นสูงความรุนแรงจะเพิ่มขึ้น ทำให้บ้านเรือนยังมีความเสี่ยงอยู่ ทั้งนี้เทศบาลจะดำเนินการช่วยเหลือในเบื้องต้นไปก่อน ส่วนการซ่อมแซมสะพานจะของบจาก อบจ.ตราดมาแก้ไข และในระยะยาวต้องมีการสร้างเขื่อนกันคลื่นขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ ปภ.เชียงใหม่ ระบุถึงสถานการณ์น้ำท่วม ดินสไลด์ สะพานและ ถนนทรุดว่า เบื้องต้นมีพื้นที่ได้รับความเสียหายคือ อ.อมก๋อย ฮอด แม่แจ่ม สะเมิง จอมทอง และ อ.ฝาง &amp;nbsp;ส่วนมากเป็นน้ำในลำน้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัย น้ำระบายไม่ทัน ล่าสุดเกิดที่ ต.แม่งอนและ ต.เวียง อ.ฝาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมช่วยเหลือแล้ว นอกจากนี้มีเส้นทางเสี่ยงภัยที่ต้องแจ้งเตือนคือ เส้นทาง 1088 สายแม่สะเรียง ฮอด แม่แจ่ม แม่นาจร ขุนยวม ที่มีทั้งหินร่วง ดินสไลด์ และยังมีถนนทรุดลึกกว่า 1 เมตร ระยะกว่า 100 ม. รวมถึงเส้นทาง อ.ฝาง เส้นทางที่ไป อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีหินร่วงและดินดอยสไลด์เป็นจุดๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44866</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ดีเปรสชัน, น้ำท่วม, พายุโซนร้อน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตือน 53  จังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190902/image_big_5d6d21054a13f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
